ประวัติแป้นพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ

                    ประวัติแป้นพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ
        ประวัติแป้นพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ

วงวิชาการฝรั่งมีข้อสังเกตอยู่ข้อหนึ่งเรียกกันว่า David’s Qwerty Factor ซึ่งกล่าวไว้ว่า “สินค้าที่เป็นตัวกำหนดมาตรฐานที่ใช้กันอยู่จะครอบงำตลาด ถึงแม้ว่ามันจะมิใช่สิ่งที่ดีที่สุดทางเทคนิคก็ตาม”

                Paul A. David เขียนบทความลง American Economic Review ในปี 1985 ชี้ให้เห็นข้อสังเกตนี้จากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ของเครื่องพิมพ์ดีด พิมพ์ดีดรุ่นแรกที่ออกมาใน ค.ศ.1867 โดย C. L. Sholes มีแป้นพิมพ์ดีดที่เรียงตามลำดับตัวอักษร แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะก้านมันตีกันยุ่งไปหมด เขาจึงทดลองใหม่ ในขั้นแรกเขาเอาอักษรที่ใช้บ่อยที่สุดไว้ตรงกลางของแป้นพิมพ์แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จอีกเพราะก้านก็ยังคงตีกันยุ่งเหมือเดิม

                คราวนี้เขาเอาตัวที่ใช้กันบ่อยที่สุดให้อยู่ห่างกันมากที่สุด จึงเกิดการวางอักษร Q-W-E-R-T ไว้บนแถวบนของแป้นพิมพ์ดีดและใช้กันมาจึงถึงปัจจุบัน

                คำถามก็คือ ระบบนี้ดีที่สุดหรือไม่  คำตอบก็คือ ไม่มีใครเห็นตรงกันว่าดีที่สุด ในทางตรงกันข้าม ระบบอื่นเช่น การวางตัวอักษร 10 ที่ใช้สะกดร้อยละ 70 ของคำในภาษาอังกฤษ (DHIATENSOR) ไว้ใกล้กันทำให้พิมพ์ได้เร็วกว่า แต่เมื่อโรงเรียนพิมพ์ดีดทั้งหลายรับเอาระบบ Q-W-E-R-T ไปใช้ตั้งแต่ทศวรรษ 1880 มันจึงกลายเป็นมาตรฐานที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป เมื่อผู้คนคุ้นเคยกับการวางอักษรแบบนี้ จึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ถึงแม้ว่าระบบอื่นจะมีประสิทธิภาพมากกว่าก็ตามที

                ข้อสังเกตนี้เป็นจริง ไม่เชื่อดู Microsoft กับ Macintosh ก็ได้ เซียนคอมพิวเตอร์จะบอกว่า ระบบหลังเรียนรู้ได้ง่ายกว่า แต่เมื่อ Microsoft ครอบงำตลาดมายาวนาน ระบบนี้จึงกลายเป็นมาตรฐานไป ทั้งนี้ เนื่องจากการตลาดของ Microsoft ดีกว่ามาก ความเคยชินของมนุษย์มักเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและพัฒนาตนเองเสมอ
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet